ต้นตีนเป็ด หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า "พญาสัตบรรณ" (Alstonia scholaris) เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะเด่นที่ดอกมีกลิ่นแรงในช่วงเย็นถึงกลางคืน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ แต่ก็มีทั้งสรรพคุณทางสมุนไพรและข้อควรระวังในการใช้งาน
ลักษณะและส่วนประกอบของต้นตีนเป็ด
[ul]
- ลักษณะต้น: ต้นตีนเป็ดเป็นไม้ยืนต้นสูง มีความสูงได้ถึง 20-25 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาเข้ม มักแตกกิ่งตั้งแต่ระดับสูง
- ใบ: ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นวงรอบกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปรีเรียวยาว ปลายใบแหลมและขอบใบเรียบ สีเขียวเข้ม
- ดอก: ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อกลม มีกลิ่นหอมแรงช่วงกลางคืน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเย็น
- ผลและเมล็ด: ผลมีลักษณะเป็นฝักเรียวยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กและมีขนสีน้ำตาล
[/ul]
สรรพคุณของต้นตีนเป็ด[ol]
- สรรพคุณทางสมุนไพร: เปลือกต้นและรากของต้นตีนเป็ดมีสารอัลคาลอยด์ที่สามารถนำมาใช้แก้ไข้ ลดอาการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดบางชนิด
- บำรุงระบบย่อยอาหาร: ใบและเปลือกของต้นสามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดท้องและอาการท้องเสียได้
- แก้ไข้และลดไข้: สารสกัดจากเปลือกต้นมีสรรพคุณในการลดไข้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและในปริมาณที่เหมาะสม
[/ol]
โทษและข้อควรระวังในการใช้ต้นตีนเป็ด[ul]
- กลิ่นดอกที่แรง: กลิ่นของดอกตีนเป็ดอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดหัว หรือระคายเคืองในผู้ที่มีความไวต่อกลิ่น โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกออกมากและส่งกลิ่นแรง
- สารอัลคาลอยด์ในเปลือกและราก: สารอัลคาลอยด์ในต้นตีนเป็ดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ควรใช้อย่างระมัดระวังและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงหรือมีประวัติการแพ้พืชสมุนไพร
- การบริโภคเมล็ด: เมล็ดของต้นตีนเป็ดมีสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย การบริโภคโดยตรงอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และท้องเสีย
[/ul]
ต้นตีนเป็ด จึงเป็นพืชที่มีทั้งคุณและโทษ การใช้งานควรใช้อย่างระมัดระวังและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย