ลูกแปะก๊วย หรือเมล็ดแปะก๊วย เป็นเมล็ดของต้นแปะก๊วย (Ginkgo biloba) ซึ่งเป็นพืชโบราณที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ล้านปี ในวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น ลูกแปะก๊วยถูกนำมาใช้ทั้งในด้านอาหารและยามาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย
ลักษณะและรสชาติลูกแปะก๊วยมีลักษณะกลมรี เปลือกนอกสีขาวนวล เมื่อแกะเปลือกออกจะพบเนื้อในสีเหลืองอ่อน มีรสชาติมัน เนื้อสัมผัสคล้ายถั่ว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำมาปรุงอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น ต้มในน้ำเชื่อม ใส่ในซุป หรือนำไปผัด
สรรพคุณทางยาลูกแปะก๊วยมีสรรพคุณทางยามากมายที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์แผนจีนและตะวันตก ได้แก่:
[ul]
- บำรุงสมอง: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง ช่วยบำรุงความจำ ลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์
- ต้านอนุมูลอิสระ: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ
- บำรุงปอด: ช่วยบรรเทาอาการไอ หอบหืด หลอดลมอักเสบ
- บำรุงไต: ช่วยบำรุงไต ลดอาการปัสสาวะบ่อย
- บำรุงผิวพรรณ: ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย
[/ul]
ข้อควรระวังในการรับประทานแม้ว่าลูกแปะก๊วยจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทานดังนี้:
[ul]
- สารพิษ: ลูกแปะก๊วยดิบมีสารพิษที่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หากรับประทานในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- ปริมาณที่เหมาะสม: ควรรับประทานลูกแปะก๊วยในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกินวันละ 10 เม็ด
- ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเลือดแข็งตัวช้า ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
[/ul]
วิธีการรับประทาน[ul]
- ควรนำลูกแปะก๊วยไปต้มหรือปรุงสุกก่อนรับประทาน
- สามารถนำไปต้มในน้ำเชื่อม ใส่ในซุป หรือนำไปผัด
- ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
[/ul]
สรุปลูกแปะก๊วยเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยามากมาย แต่ควรรับประทานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง